งานระบาดวิทยาู สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู

small logo

การรณรงค์กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย
ต้านภัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

นายอธิคม สุพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในกิจกรรม
รณรงค์ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย ต้านไข้หวัดใหญ่
่สายพันธุ์ใหม่ 2009" ที่หน้าตลาดแม่สำเนียง ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2552
โดยมีนางอนงค์ พูลเพิ่ม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู
ให้การต้อนรับและผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้สาธิตการล้างมือ
ที่ถูกวิธีเพื่อลดเชื้อโรคที่มากับมือ

คำแนะนำกระทรวงสาธารณสุข เรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด AH1N1
ฉบับที่ 8 วันที่ 9 กรกฎาคม 2552

ปัจจุบันการแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลกของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ(เอช1เอ็น 1) ได้แผ่ขยายไปอย่างรวดเร็ว  โดยโรคมีความรุนแรงปานกลาง ประเทศไทยส่วนใหญ่พบในกรุงเทพฯและปริมณฑล  และมีรายงานมากกว่า 60 จังหวัดแล้ว ขณะนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน นักศึกษา รองมาเป็นคนวัยทำงาน

กระทรวงสาธารณสุขจึงให้คำแนะนำในการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ชนิดเอ(เอช1 เอ็น 1)  ดังต่อไปน
ี้

คำแนะนำทั่วไป

ประชาชนทุกคนควรมีความรู้ความเข้าใจโรคที่ถูกต้อง ไม่ตื่นตระหนก รู้วิธีการป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ  โดยการติดตามข้อมูลคำแนะนำต่างๆ จากกระทรวงสาธารณสุข  รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  รับประทานอาหารมีประโยชน์ ผัก ผลไม้ ไข่ นม  นอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง หมั่นล้างมือบ่อยๆ  หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และฝึกนิสัยไม่ใช้มือแคะจมูก ขยี้ตา หรือจับต้องใบหน้า ถ้าจำเป็นควรใช้กระดาษทิชชูจะปลอดภัยกว่า ดูแลตนเองหรือคนในครอบครัวที่ป่วยได้  และป้องกันไม่แพร่เชื้อให้คนรอบข้าง  โดยการหยุดเรียน  หยุดงาน  ปิดปากจูกเวลาไอจามด้วยกระดาษทิชชู  สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่กับผู้อื่น  และหมั่นล้างมือบ่อยๆ  ซึ่งจะช่วยควบคุมไม่ให้เกิดการระบาด  และลดผลกระทบด้านต่างๆ ได้มากที่สุด
ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ จะมีอาการป่วยใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่เกิดขึ้นทุกปี  คือมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล  เบื่ออาหาร บางรายอาจมีอาเจียน ท้องเสียร่วมด้วย  มีรายงานอาการสมองอักเสบน้อยมาก (4-5 ราย)  
ผู้ป่วยส่วนใหญ่  (95%) มีอาการเล็กน้อย  จะมีอาการทุเลาขึ้นตามลำดับ คือ ไข้ลดลง ไอน้อยลง รับประทานอาหารได้มากขึ้น และหายป่วยภายใน 5-7 วัน จึงไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล
ผู้ป่วยน้อยราย (5%) ที่มีอาการป่วยรุนแรงซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิต คือ ไข้ไม่ลดลงภายใน 3 วัน ซึมหรืออ่อนเพลียมาก รับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียนมาก ไอมากจนเจ็บหน้าอก เกิดปอดบวม (หายใจถี่ หอบ เหนื่อย) พบว่าส่วนใหญ่ (70% ของผู้ป่วยน้อยราย) เป็นกลุ่มผู้ที่มีภาวะเสี่ยง เช่น มีโรคประจำตัวเรื้อรัง (โรคปอด หอบหืด  โรคหัวใจ  โรคเลือด ไต เบาหวาน ฯลฯ)  ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ (โรคมะเร็ง ฯลฯ)  โรคอ้วน  หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี  เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี  อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยส่วนหนึ่ง (30% ของผู้ป่วยน้อยราย) มีอาการรุนแรงแต่ไม่สามารถสอบสวนหาภาวะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ดังนั้นผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงและผู้ป่วย
ที่มีอาการรุนแรง  จึงต้องรีบไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐหรือโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ทันท

การดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงที่บ้าน

หากผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง เช่น ไข้ไม่สูงมาก ตัวไม่ร้อนจัด ไม่ซึมหรืออ่อนเพลียมาก  และพอรับประทานอาหารได้  สามารถดูแลรักษาตัวที่บ้านได้  โดยปฏิบัติดังนี้

  • ผู้ป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน  และพักอยู่กับบ้านหรือหอพัก ไม่ออกไปนอกบ้านเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วันหลังวันเริ่มป่วย หรือหลังจากหายเป็นปกติแล้วอย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้พ้นระยะการแพร่เชื้อ 
  • แจ้งสถานศึกษาหรือที่ทำงานทราบ เพื่อจะได้เฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และป้องกันควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงที
  • ให้ผู้ป่วยรับประทานยาลดไข้ เช่น พาราเซทามอล (ห้ามใช้ยาแอสไพริน)  และยารักษาตามอาการ เช่น ยาละลายเสมหะ ยาลดน้ำมูก ตามคำแนะนำของเภสัชกร  หรือสถานบริการทางการแพทย์ หรือคำสั่งของแพทย์
  • ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส  ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ ยกเว้นพบเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ต้องรับประทานทานยาให้หมดตามที่แพทย์สั่ง 
  • เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำสะอาดอุ่นเล็กน้อยเป็นระยะ  โดยการเช็ดแขนขาย้อนเข้าหาลำตัว  เน้นการเช็ดลดไข้บริเวณหน้าผาก  ซอกรักแร้  ขาหนีบ  ข้อพับแขนขา  และใช้ผ้าห่มปิดหน้าอกระหว่างเช็ดแขนขา  เพื่อไม่ให้หนาวเย็นจนเสี่ยงเกิดปอดบวม หากผู้ป่วยมีอาการหนาวสั่น ต้องหยุดเช็ดตัว และห่มผ้าให้อบอุ่น    
  • ดื่มน้ำสะอาดและน้ำผลไม้มากๆ งดดื่มน้ำเย็นจัด
  • พยายามรับประทานอาหารอ่อน ๆ รสไม่จัด เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ไข่ ผัก และผลไม้ให้พอเพียง
  • นอนพักผ่อนมากๆ ในห้องที่อากาศไม่เย็นเกินไป และมีอากาศถ่ายเทสะดวก
  • หากอาการป่วยรุนแรงขึ้น  เช่น ไข้ไม่ลดลงภายใน 3 วัน ซึมหรืออ่อนเพลียมาก รับประทานอาหารไม่ได้  อาเจียนมาก ไอมากจนเจ็บหน้าอก หายใจถี่ หอบ เหนื่อย ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

การแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นๆ ในบ้าน

  • ผู้ป่วยควรนอนแยกห้อง ไม่ออกไปนอกห้องจนกว่าจะหายเป็นปกติแล้วอย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้พ้นระยะการแพร่เชื้อ 
  • รับประทานอาหารแยกจากผู้อื่น หากอาการทุเลาแล้ว  อาจรับประทานอาหารร่วมกันได้  แต่ต้องใช้ช้อนกลางทุกครั้ง
  • ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ร่วมกับผู้อื่น
  • ปิดปากจมูก เวลาไอ จาม  ด้วยกระดาษทิชชู แล้วทิ้งทิชชูลงในถังขยะ และทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล  หรือน้ำและสบู่บ่อยๆ
  • ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่นด้วยการสวมหน้ากากอนามัย
  • ผู้ดูแลผู้ป่วยควรสวมหน้ากากอนามัย
  • คนอื่น ๆ ในบ้าน  ควรอยู่ไกลจากผู้ป่วยประมาณ 1-2 เมตร  หรืออย่างน้อยประมาณหนึ่งช่วงแขน

  แหล่งข้อมูลการติดต่อเพื่อปรึกษากับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่

  • กรุงเทพมหานคร  ติดต่อได้ที่กองควบคุมโรค สำนักอนามัย กทม. โทรศัพท์ 0 2245 8106,  0 2246 0358 และ 0 2354 1836
  • ต่างจังหวัด  ติดต่อได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง
(ดูรายละเอียดในเว็บไซต์ของสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่กรมควบคุมโรค  http://beid.ddc.moph.go.th)  

แนวทางปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด AH1N1 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เริ่มใช้ 27 ก.ค.52 ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด A (H1N1) ขยายตัวไปทั่วโลก และได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศไทย
ตามธรรมชาติของโรค การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยในประเทศไทย
พบว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด A (H1N1) มีอาการ
คล้ายไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล แต่ความรุนแรง อาจจะมากกว่า
เล็กน้อย ทำให้เกิดปอดอักเสบได้มากกว่า การแพร่กระจายเร็ว
กว่า การระบาดเริ่มจากการติดเชื้อในเด็กนักเรียนและวัยหนุ่มสาว
เป็นส่วนใหญ่ อ่านต่อ

แนวทางการสอบสวนและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ชนิด A H1N1 ในโรงเรียน
update
ขั้นตอนการสอบสวนและควบคุมโรค
1 เพื่อยืนยันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ Influenza A
(H1N1)ให้เก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจนักเรียนป่วยในโรงเรียน
ที่มีเริ่มป่วยมาไม่เกิน 3 วัน จำนวนไม่เกิน 10 คน เพื่อตรวจ
ทางห้องปฏิบัติการ
2. ให้ครูสำรวจเด็กและเจ้าหน้าที่ในโรงเรียน หากพบว่า
ครูนักเรียนหรือเจ้าหน้าที่ป่วยด้วยอาการใน 4 อาการ
ดังต่อไปนี้ ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก แนะนำให้หยุดมาโรงเรียน
พักอยู่ที่บ้าน หรือหอพักแยก เป็นเวลา 7 วันนับจากวันที่ป่วย
อ่านต่อ

ขั้นตอนการรายงานโรคเมื่อพบผู้ป่วยกลุ่มอาการคล้าย
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม
ชนิด AH1N1
เมื่อพบผู้ป่วยกลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A H1N1
และแพทย์ส่งตรวจตัวอย่างหาเชื้อฯ ให้งานระบาดวิทยา
แต่ละสถานบริการ หรือเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ดูแล ผู้ป่วย ดำำเนินการ
รายงานการพบผู้ป่วย ดังนี้
1. รายงานการพบผู้ป่วยตามแบบแจ้งกลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ
(ILI) ภายใน 24 ชั่วโมง Download แบบฟอร์ม ILI
2. รายงานการสอบสวนโรค ตามแบบสอบสวนผู้ป่วยสงสัย
ไข้หวัดใหญ่่สายพันธุ์ใหม่ ภายใน 24 ชั่วโมง และถ้าผู้ป่วยAdmit
ไว้รักษาในสถานบริการ ให้บันทึกการเปลี่ยนแปลงในแต่ละัวันและ
สำเนาส่งงานระบาด สสจ.หนองบัวลำภู ทุกวัน ภายใน 15.30 น
Download แบบฟอร์มสอบสวนโรค

3. เจ้าหน้าที่ Lab กรอกแบบฟอร์มนำส่งตัวอย่าง และส่งพร้อมกับ
ตัวอย่างที่ต้องการตรวจไปที่ศูนย์วิทย์อุดรธานี
Download แบบฟอร์มนำส่งตัวอย่าง

สื่อวีดีทัศน์สำหรับสอนประชาชน - การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A H1N1ด้วย
การกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย Download
- เพลงสัปดาห์รณรงค์การใช้หน้ากากอนามัย Download
- เรื่องน่ารู้ท้ายทุ่ง"มาสวมหน้ากากอนามัยกันเถอะ" Download
- สร้างเกราะป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ Download
- ฮีโร่พันธุ์ใหม่สวมใส่หน้ากากอนามัย
Download

ติดต่อผู้จัดทำได้ที่ | Office: กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู โทรศัพท:์ 042-312049 ต่อ129 เจ้าหน้าที่งานระบาดวิทยา: เชาวชื่น เชี่ยวการรบ E-mail: chaowachuen_ch@hotmail.com